ซิฟิลิส ตรวจซิฟิลิส อาการซิฟิลิส ติดซิฟิลิส ยาซิฟิลิส รักษาซิฟิลิส ตุ่มซิฟิลิส

ซิฟิลิส (Syphilis) คือ โรคที่เกิดเชื้อจากแบคทีเรียที่มีชื่อว่า “ทริปโปนีมา พัลลิดุม” (Treponema Pallidum) สามารถติดต่อได้ทางเพศสัมพันธ์และทางบาดแผล โดยมีความแตกต่างกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ ที่ซิฟิลิสไม่ได้ติดต่อจากสารคัดหลั่งในร่างกาย แต่สามารถติดต่อจากแผลของผู้ป่วยที่มีเชื้อซิฟิลิสอยู่ ซึ่งผู้ป่วยด้วยโรคซิฟิลิสจะมีอาการที่เห็นได้อย่างชัดเจน คือ บริเวณผิวหนังจะมีแผลหรือผื่นขึ้น และหากผู้ป่วยที่ไม่ได้เข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงทีอาจมีภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้

ปัจจุบันโรคซิฟิลิสมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้น โดยจากสถิติแล้วพบมากในกลุ่มคู่รักวัยรุ่นและกลุ่มชายรักชาย ในช่วงอายุ 15 – 24 ปี และได้มีการรณรงค์เกี่ยวกับการป้องกันโรคซิฟิลิสควบคู่กับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ ด้วย เช่น HIV โรคเอดส์ โรคหนองใน เป็นต้น ซึ่งประเด็นสำคัญของโรคซิฟิลิสคือเป็นโรคที่สามารถติดต่อกันได้ง่ายกว่าโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ ทั้งผ่านการสัมผัสแผล การจูบ การมีเพศสัมพันธ์ และรวมไปถึงการติดต่อจากมารดาสู่ทารกในครรภ์ด้วย โดยเชื้อซิฟิลิสนั้นจะส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายผู้ป่วย และเพิ่มโอกาสในการติดเชื้อเอชไอวีเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติอีกด้วย

อาการของซิฟิลิสเป็นอย่างไร?

อาการของผู้ป่วยโรคซิฟิลิส จะแบ่งตามระยะอาการที่แสดงบนร่างกายของผู้ป่วย ซึ่งสามารถแบ่งได้ทั้งหมด 3 ระยะ ดังนี้

ระยะที่ 1 : Early/Primary Syphilis

เป็นระยะเริ่มต้นของการติดเชื้อซิฟิลิส จะใช้เวลาในการฟักตัวประมาณ 3 ถึง 3 เดือนแรก ผู้ป่วยจะมีแผลบริเวณที่ได้สัมผัสเชื้อซิฟิลิส ซึ่งแผลที่เกิดขึ้นจะมีขนาดเล็ก ลักษณะนูน ขอบแผลแข็ง ก้นแผลมีความเรียบ สีแดง หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า แผลริมแข็ง หรือ Chancre มักจะเกิดขึ้นบริเวณอวัยวะเพศและริมฝีปาก ส่วนใหญ่ผู้ติดเชื้อซิฟิลิสระยะนี้จะไม่แสดงอาการเจ็บปวดหรือระคายเคืองแผลแต่อย่างใด ทำให้ผู้ป่วยไม่รู้ตัวว่าตนติดเชื้อซิฟิลิส เนื่องจากแผลที่เกิดอาจมีความคล้ายกับโรคผิวหนังทั่วไป และสามารถหายได้เองภายใน 3 ถึง 6 สัปดาห์

ระยะที่ 2 : Secondary Stage

เป็นระยะที่มีการพัฒนามาจากระยะแรกในเวลาประมาณ 1 ถึง 3 เดือน โดยที่เชื้อซิฟิลิสจะกระจายอยู่ในร่างกาย ทำให้ผู้ป่วยเกิดผื่นตุ่มคล้ายกับหูดสีน้ำตาล แต่ไม่มีอาการคันตามผิวหนัง ซึ่งผื่นจะขึ้นบริเวณฝ่ามือฝ่าเท้า อวัยวะเพศ และรวมไปถึงส่วนอื่น ๆ ของร่างกายร่วมด้วย บางรายอาจมีอาการปวดเมื่อยตามข้อ ปวดศีรษะ เป็นไข้ เจ็บคอ น้ำหนักลด เหนื่อยง่าย อย่างไรก็ตามอาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั้นมักจะหายไปเองและมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้อีก

ระยะสงบ : Latent Stage

เป็นระยะที่เชื้อซิฟิลิสยังคงแพร่กระจายอยู่ในร่างกายของผู้ป่วย ซึ่งระยะนี้สามารถเกิดได้นานหลายปี โดยที่ร่างกายผู้ป่วยไม่แสดงอาการของโรคอย่างชัดเจน บางรายอาจมีผื่นคล้ายอาการระยะที่ 2 ก่อนที่เชื้อซิฟิลิสจะพัฒนาไปสู่ระยะสุดท้ายได้ในที่สุด

ระยะที่ 3 : Late Stage

เป็นระยะสุดท้ายของการติดเชื้อซิฟิลิส โดยเชื้อจะแพร่กระจายในร่างกายและทำลายอวัยวะส่วนต่าง ๆ ส่งผลให้ร่างกายเกิดความผิดปกติ นำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนของระบบประสาท ระบบหัวใจ หลอดเลือด กระดูก ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจ ตาบอด หูหนวก อัมพาต สมองเสื่อม กระดูกหักง่าย ไร้สมรรถภาพทางเพศ ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีจะทำลายส่วนต่าง ๆ ของร่างกายอย่างรุนแรง จนทำให้ผู้ป่วยเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้

หลักการวินิจฉัยซิฟิลิส

การวินิจฉัยโรคซิฟิลิส โดยเบื้องต้นแพทย์จะสอบถามข้อมูลทั่วไปและซักประวัติของผู้เข้ารับการตรวจ เพื่อให้ทราบว่ามีอาการผิดปกติเกิดขึ้นอย่างไรบ้าง มีพฤติกรรมทางเพศและเพศสัมพันธ์อย่างไร พร้อมทั้งตรวจร่างกายเบื้องต้นในกรณีที่มีผู้ป่วยมีแผลแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน หากแพทย์วินิจฉัยแล้วว่ามีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อซิฟิลิส แพทย์จะให้ตรวจโรคด้วยวิธีการอื่น ๆ ได้แก่

  • การเก็บตัวอย่างเชื้อ หรือ Sweb Test : เป็นวิธีการวินิจฉัยสำหรับผู้ป่วยที่มีผื่นแผลตามร่างกาย โดยที่แพทย์จะทำการเก็บตัวอย่างเชื้อที่ผิวหนัง เพื่อนำไปตรวจทางห้องปฏิบัติการ ให้มั่นใจว่าเป็นเชื้อแบคทีเรียชนิดที่ก่อให้เกิดโรคซิฟิลิสหรือไม่
  • การตรวจเลือด : เป็นวิธีการวินิจฉัยที่นิยมใช้ในการตรวจหาเชื้อต่าง ๆ ที่กระจายตัวอยู่ในกระแสเลือดของผู้ป่วย โดยการตรวจหาเชื้อซิฟิลิสนั้นจะต้องมีการตรวจซ้ำอีกครั้งหลังจากตรวจครั้งแรกสิ้นสุด เพื่อยืนยันผลการตรวจอย่างแน่ชัดอีกครั้ง ซึ่งแน่นอนว่าเป็นวิธีที่จะต้องใช้ระยะเวลาพอสมควรในการยืนยันผลที่ชัดเจน
  • การเจาะน้ำไขสันหลัง หรือ Spinal Tap : เป็นวิธีการวินิจฉัยโรคในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการของระบบประสาทที่ชัดเจนว่ามีอาการผิดปกติอื่น ๆ แพทย์มักจะใช้วิธีนี้กับผู้ป่วยซิฟิลิสที่อยู่ในระยะไม่แสดงอาการ หรือ ระยะสุดท้าย ที่ไม่ทราบว่าตนติดเชื้อซิฟิลิสและมีอาการโรคแทรกซ้อนอื่นที่รุนแรง

วิธีการรักษาซิฟิลิส

ในการรักษาซิฟิลิสนั้น โดยปกติแล้วแพทย์จะทำการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะในกลุ่ม Penicillin เป็นหลัก ซึ่งในประเทศไทยจะใช้เป็นยากลุ่ม Penicillin G ทั้งนี้แพทย์จะทำการฉีดยาให้กับผู้ป่วยรายนั้น ๆ โดยขึ้นอยู่กับระยะอาการของผู้ป่วยร่วมด้วย และสิ่งสำคัญที่ผู้ป่วยจะต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัดในระหว่างการรักษาซิฟิลิส คืองดการมีเพศสัมพันธ์และแนะนำให้คู่นอนเข้ารับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด เพื่อช่วยป้องกันการแพร่กระจายเชื้อซิฟิลิสไปสู่ผู้อื่น รวมไปถึงลดโอกาสการกลับมากำเริบอีกครั้งด้วย

อ่านบทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

แนวทางการป้องกันซิฟิลิส

สำหรับแนวทางการในการป้องกันโรคซิฟิลิสที่ดีที่สุด คือการลดความเสี่ยงต่อการรับเชื้อซิฟิลิสจากผู้อื่น ด้วยการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงต่าง ๆ ในการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่มีเชื้อ และสวมถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์ หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ทางปาก ไม่ใช้เข็มฉีดยาหรือกระบอกฉีดยาร่วมกันผู้อื่น ตรวจเลือดอย่างน้อยปีละครั้ง และในกรณีหญิงตั้งครรภ์ควรเข้าตรวจคัดกรองโรคซิฟิลิสเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไปยังทารกในครรภ์ร่วมด้วย

รักษาซิฟิลิส ยาซิฟิลิส ฉีดซิฟิลิส เพศสัมพันธ์ โรคซิฟิลิส เอชไอวี ตรวจซิฟิลิส

คำถามน่ารู้ เกี่ยวกับซิฟิลิสในเชียงใหม่

ถาม : ตรวจเชื้อซิฟิลิสในจังหวัดเชียงใหม่ที่ไหนดี?
ตอบ : สำหรับชาวเชียงใหม่ที่ต้องการตรวจหรือรับการักษาซิฟิลิส สามารถใช้บริการของฮักษา เมดิคอล กลางเวียง ที่ตั้ง ณ ใจกลางเมืองเชียงใหม่ สามารถเดินทางสะดวก บริการรวดเร็วโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทั้งในด้านโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และโรคทั่วไปต่าง ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการด้านสุขภาพให้กับชาวเชียงใหม่อย่างเป็นกันเอง

ถาม : ตรวจซิฟิลิสที่คลินิก ฮักษา เมดิคอล เชียงใหม่ ราคาเท่าไหร่?
ตอบ : ค่าตรวจเชื้อซิฟิลิส (Syphilis antibody) ราคา 400 บาท และค่าตรวจยืนยันการติดเชื้อซิฟิลิส (Syphilis RPR) ราคา 200 บาท

ถาม : คลินิก ฮักษา เมดิคอล เชียงใหม่ ตั้งอยู่ที่ไหน?
ตอบ : ฮักษา เมดิคอล เชียงใหม่ คลินิกกลางเวียง (สาขาหลัก) ตั้งอยู่ที่ 77/7 ถ.คชสาร ต.ช้างคลาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โทร.093-309-9988

ติดต่อเรา

สอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคซิฟิลิส Hugsa Clinic เชียงใหม่
หรือยารักษาไวรัสตับอักเสบซี กับเราที่นี่
Line id  @hugsaclinic (มี @ ด้วยนะครับ)
เบอร์โทรติดต่อ  093-309-9988
เปิดบริการทุกวัน  10:00-18:00 น.
แผนที่คลินิก  https://g.page/hugsa-medical?share
ข้อมูลเพิ่มเติมเว็บไซต์  https://cmmedicalclinic.com
จองคิวตรวจออนไลน์  https://hugsa.youcanbook.me