ไวรัสตับอักเสบซี คือ โรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสชนิดซี (HCV) เมื่อเข้าไปในร่างกายจะแบ่งตัวและอาศัยอยู่ในตับ ระยะแรกทำให้เกิดตับอักเสบเฉียบพลัน ซึ่งมักจะมีอาการไม่มาก ทำให้ผู้รับเชื้อไม่ทราบว่ามีตับอักเสบ โดยประมาณเกือบ 8% ของผู้ที่ได้รับเชื้อจะมีการติดเชื้อเรื้อรังและตามมาด้วยตับอักเสบแบบเรื้อรังแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ค่อยมีอาการชัดเจน ผ่านไป 10-30 ปี จึงเข้าสู่ระยะตับแข็ง
Table of Contents
อาการของไวรัสตับอักเสบซี
โรคตับอักเสบจากเชื้อไวรัส จะมีอาการคล้ายๆกัน คือ ดีซ่าน ตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม เบื่ออาหาร น้ำหนักลด อ่อนเพลีย ไม่มีแรง บวม มีน้ำในช่องท้อง ปวดชายโครงขวา ปวดกล้ามเนื้อและปวดข้อ ตับม้ามโต การที่จะแยกว่าเกิดจากเชื้อไวรัสชนิดใดนั้น ต้องใช้วิธีการตรวจทางห้องปฏิบัติการจึงจะทราบ แต่ที่น่าสังเกตคือโรคตับอักเสบจากไวรัสชนิดอื่นๆ มักจะเป็นแบบเฉียบพลัน และจะหายได้ภายในเวลา 6 เดือน ถ้าหากมีอาการของโรคตับอักเสบเรื้อรังก็มักจะเกิดจากไวรัสตับอักเสบชนิด บีหรือซี

ไวรัสตับอักเสบซี ติดต่อทางไหน?
- จากการรับเลือดหรือส่วนประกอบของเลือดที่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบซีอยู่
- ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน
- มีคู่นอนหลายคน
- การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน
- การติดต่อจากมารดาไปสู่ทารก พบได้น้อยมาก
- การใช้แปรงสีฟัน กรรไกร หรือที่ตัดเล็บร่วมกับผู้ที่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบซี
กิจกรรมเหล่านี้ไม่ทำให้ติด ไวรัสตับอักเสบซี
- การรับประทานอาหารร่วมกัน
- การใช้จามชามช้อนส้อมด้วยกัน
- การให้นมบุตร
- การกอด หรือการจูบ
- การสัมผัส หรือไอ จาม รดกัน
วิธีป้องกัน ไวรัสตับอักเสบซี
เนื่องจากยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบซี หลักสำคัญในการป้องกันไวรัสตับอักเสบซีคือหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงเสี่ยงของการติดเชื้อ เช่น
- ไม่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น
- สวมถุงมือถ้าต้องสัมผัสเลือด
- ห้ามใช้มีดโกนหนวด แปรงสีฟันร่วมกัน
- ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งหากมีเพศสัมพันธ์
- การเจาะหูหรือสักตามร่างกาย ควรเลือกร้านที่มีการทำความสะอาดและฆ่าเชื้ออุปกรณ์อย่างถูกหลักอนามัย
![ฮักษา คลินิก [Hugsa Clinic]](https://cmmedicalclinic.com/wp-content/uploads/2020/04/cropped-chiangmai-medical-hugsa-clinic.png)

