หนองใน เชียงใหม่ | การตรวจคัดกรองและแนวทางรักษาที่คุณควรรู้

หนองใน เป็นหนึ่งในโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบได้บ่อยในประเทศไทย การตระหนักถึงความเสี่ยงของโรคหนองใน และการเข้ารับการตรวจรักษาอย่างทันท่วงที จึงเป็นสิ่งสำคัญ หากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงต่อสุขภาพ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ดังนั้น บทความนี้จะกล่าวถึง หนองใน เชียงใหม่ ตรวจคัดกรองและรักษาได้ที่ไหนบ้าง ? การทำความเข้าใจเกี่ยวกับอาการ วิธีตรวจหา และแนวทางรักษาหนองในจึงเป็นสิ่งจำเป็น

Table of Contents

หนองใน คืออะไร?

หนองใน (Gonorrhea) เป็นหนึ่งในโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (Sexually Transmitted Infections – STIs) ที่พบบ่อยทั่วโลก มีสาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรีย Neisseria gonorrhoeae ซึ่งสามารถติดต่อได้ผ่านการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่มีการป้องกัน ไม่ว่าจะเป็นทางช่องคลอด ทวารหนัก หรือช่องปาก นอกจากนี้ เชื้ออาจสามารถแพร่กระจายผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่งจากผู้ติดเชื้อ เช่น น้ำอสุจิ หรือน้ำหล่อลื่นจากอวัยวะเพศ แม้โรคหนองในจะสามารถรักษาให้หายขาดได้หากได้รับยาปฏิชีวนะที่เหมาะสม แต่หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รับการรักษา อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น ภาวะมีบุตรยากในเพศหญิงและเพศชาย หรือการติดเชื้อเข้าสู่กระแสเลือดซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

หนองใน มีกี่ประเภท ?

หนองใน มีกี่ประเภท ?

หนองในมี 2 ประเภทหลัก ได้แก่ หนองในแท้ และ หนองในเทียม ซึ่งเกิดจากเชื้อต่างชนิดกัน และมีความแตกต่างกันในอาการและการรักษา

  1. หนองในแท้ เกิดจากเชื้อ Neisseria gonorrhoeae ติดต่อผ่านทางเพศสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นทางช่องคลอด ทวารหนัก หรือปาก อาการในผู้ชายมักแสดงชัดเจน เช่น มีหนองสีขาว เหลือง หรือเขียวไหลจากอวัยวะเพศ ปัสสาวะแสบขัด ส่วนในผู้หญิงอาจมีตกขาวผิดปกติ เจ็บเวลาปัสสาวะ หรือปวดท้องน้อย หากไม่ได้รับการรักษา เชื้ออาจแพร่กระจายและทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น การอักเสบในอุ้งเชิงกราน หรือมีบุตรยาก การรักษาจะใช้ยาปฏิชีวนะชนิดฉีดร่วมกับยารับประทานตามที่แพทย์สั่ง
  2. หนองในเทียม เกิดจากเชื้อ Chlamydia trachomatis ซึ่งติดต่อผ่านทางเพศสัมพันธ์เช่นกัน อาการในผู้ชายอาจคล้ายหนองในแท้ แต่ในบางรายอาจไม่มีอาการเลย ส่วนในผู้หญิงมักไม่มีอาการ หรือมีตกขาวผิดปกติเล็กน้อย ปัสสาวะแสบขัด หรือปวดท้องน้อย หากปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น การอักเสบในอุ้งเชิงกราน หรือการตั้งครรภ์นอกมดลูก การรักษาจะใช้ยาปฏิชีวนะแบบรับประทาน

แม้ทั้งสองชนิดจะมีอาการคล้ายกัน แต่การวินิจฉัยต้องอาศัยการตรวจทางห้องปฏิบัติการ เช่น การเพาะเชื้อหรือการตรวจ PCR เพื่อแยกแยะว่าเป็น หนองในแท้ หรือ หนองในเทียม ซึ่งมีผลต่อการเลือกใช้ยาปฏิชีวนะที่เหมาะสม หากสงสัยว่าติดเชื้อ ควรเข้ารับการตรวจและรักษาโดยเร็ว เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น

สาเหตุของการติดเชื้อหนองใน

หนองใน สามารถติดต่อได้ผ่านของเหลวในร่างกายที่ปนเปื้อนเชื้อ โดยเฉพาะในระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่มีการป้องกัน ไม่ว่าจะเป็นการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทวารหนัก หรือทางปาก เชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านเยื่อบุที่บอบบาง เช่น เยื่อบุอวัยวะเพศ ทางเดินปัสสาวะ ลำคอ หรือเยื่อบุทวารหนัก และถึงแม้ว่าผู้ติดเชื้อบางรายจะไม่มีอาการ ก็ยังสามารถแพร่เชื้อไปสู่คู่นอนได้

  • การแพร่เชื้อจากแม่สู่ลูกเป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญ หญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อหนองในสามารถถ่ายทอดเชื้อไปยังทารกระหว่างการคลอดผ่านทางช่องคลอด ทำให้ทารกมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อที่ดวงตา ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะตาแดงรุนแรงและอาจนำไปสู่ภาวะตาบอดหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที
  • แม้ว่าหนองในจะติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์เป็นหลัก แต่การสัมผัสโดยตรงกับสารคัดหลั่งที่ติดเชื้อ เช่น การใช้อุปกรณ์ทางเพศร่วมกันโดยไม่มีการทำความสะอาด หรือการสัมผัสสารคัดหลั่งแล้วนำมือไปขยี้ตา ก็สามารถทำให้เกิดการติดเชื้อที่อวัยวะอื่นได้
  • พฤติกรรมเสี่ยงที่เพิ่มโอกาสในการติดเชื้อหนองใน ได้แก่ การมีคู่นอนหลายคน การไม่ใช้ถุงยางอนามัยระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ และการไม่ตรวจสุขภาพทางเพศสัมพันธ์เป็นประจำ นอกจากนี้ ผู้ที่เคยติดเชื้อหนองในมาก่อนแล้วยังสามารถติดเชื้อซ้ำได้หากกลับไปมีเพศสัมพันธ์โดยไม่มีการป้องกัน เพราะร่างกายไม่มีภูมิคุ้มกันถาวรต่อเชื้อนี้

เนื่องจากหนองในสามารถแพร่กระจายได้ง่าย การป้องกันที่ดีที่สุดคือการใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ หลีกเลี่ยงการเปลี่ยนคู่นอนบ่อย และเข้ารับการตรวจสุขภาพทางเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอ หากสงสัยว่ามีอาการของโรค ควรเข้ารับการตรวจหาเชื้อและรับการรักษาโดยเร็วเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

อาการของหนองใน

อาการของหนองใน ในผู้ชายและผู้หญิง

โรคหนองใน สามารถแสดงอาการได้แตกต่างกันในแต่ละบุคคล บางคนอาจมีอาการที่ชัดเจน ขณะที่บางคนอาจไม่มีอาการเลย ซึ่งทำให้โรคสามารถแพร่กระจายไปสู่ผู้อื่นโดยไม่รู้ตัว อาการของหนองในมักจะปรากฏภายใน 2-14 วัน หลังจากได้รับเชื้อ โดยอาการจะแตกต่างกันในเพศชายและเพศหญิง

อาการของหนองใน ในผู้ชาย

ในผู้ชาย อาการของหนองในมักแสดงออกอย่างชัดเจนกว่าผู้หญิง และส่วนใหญ่เกิดขึ้นบริเวณอวัยวะเพศและระบบทางเดินปัสสาวะ อาการที่พบบ่อย ได้แก่

  • มีหนองไหลจากอวัยวะเพศ สีขาว เหลือง หรือเขียว
  • ปัสสาวะขัดหรือแสบขณะปัสสาวะ
  • ปวดหรือแสบที่ปลายอวัยวะเพศ
  • อวัยวะเพศแดง บวม หรือมีอาการระคายเคือง
  • ปวดและบวมที่อัณฑะ (กรณีที่เชื้อลุกลามไปยังหลอดเก็บอสุจิ)
  • มีความรู้สึกว่าต้องปัสสาวะบ่อย

หากไม่ได้รับการรักษา อาการอาจลุกลามไปสู่อวัยวะอื่น ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น อัณฑะอักเสบ หรือการติดเชื้อเข้าสู่กระแสเลือด

อาการของหนองในในผู้หญิง

ในผู้หญิง อาการของหนองในมักไม่ชัดเจน และอาจคล้ายกับอาการของการติดเชื้อในช่องคลอดทั่วไป เช่น การติดเชื้อแบคทีเรียในช่องคลอด ทำให้หลายคนไม่ทราบว่าตัวเองติดเชื้อ อาการที่พบบ่อย ได้แก่

  • ตกขาวผิดปกติ มีสีเขียว เหลือง หรือมีกลิ่นเหม็น
  • มีอาการปัสสาวะแสบขัด หรือรู้สึกแสบขณะปัสสาวะ
  • ปวดหรือเจ็บในช่องคลอดขณะมีเพศสัมพันธ์
  • มีเลือดออกผิดปกติระหว่างรอบเดือน หรือมีเลือดออกหลังจากมีเพศสัมพันธ์
  • ปวดท้องน้อย คล้ายกับอาการปวดประจำเดือนที่รุนแรงกว่าปกติ

หากไม่ได้รับการรักษา เชื้ออาจแพร่กระจายไปยังอวัยวะสืบพันธุ์ภายใน ทำให้เกิดภาวะอุ้งเชิงกรานอักเสบ (Pelvic Inflammatory Disease – PID) ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะมีบุตรยาก หรือเพิ่มความเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์นอกมดลูก

อาการของหนองในในบริเวณอื่นของร่างกาย

เชื้อหนองในไม่ได้ส่งผลกระทบแค่ที่อวัยวะเพศหรือระบบทางเดินปัสสาวะเท่านั้น แต่ยังสามารถติดเชื้อที่อวัยวะอื่นได้หากมีการสัมผัสกับเชื้อโดยตรง เช่น ทางปาก ทางทวารหนัก หรือทางดวงตา

อาการของหนองในที่ลำคอ (หนองในจากการมีเพศสัมพันธ์ทางปาก)

  • เจ็บคอ คล้ายอาการของต่อมทอนซิลอักเสบ
  • มีฝ้าขาวหรือเป็นหนองบริเวณลำคอ
  • ต่อมน้ำเหลืองที่คอบวม

อาการของหนองในที่ทวารหนัก (หนองในจากเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก)

  • เจ็บหรือคันบริเวณทวารหนัก
  • มีของเหลวขุ่นหรือเป็นหนองออกจากทวารหนัก
  • มีเลือดออกจากทวารหนัก
  • รู้สึกปวดขณะขับถ่าย

อาการของหนองในที่ดวงตา (ติดเชื้อจากการสัมผัสสารคัดหลั่งที่มีเชื้อ)

  • ตาแดง บวม และมีหนองไหลออกจากดวงตา
  • แสบตา และไวต่อแสง
  • หากไม่ได้รับการรักษา อาจนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็น

ภาวะแทรกซ้อนหากไม่ได้รับการรักษา

หากปล่อยให้โรคหนองในลุกลามโดยไม่ได้รับการรักษา เชื้อสามารถแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นของร่างกาย ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรง เช่น

  • ในผู้หญิง: ภาวะอุ้งเชิงกรานอักเสบ (Pelvic Inflammatory Disease – PID) ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะมีบุตรยากหรือเพิ่มความเสี่ยงของการตั้งครรภ์นอกมดลูก
  • ในผู้ชาย: อัณฑะอักเสบ (Epididymitis) ซึ่งอาจทำให้มีปัญหาด้านการเจริญพันธุ์
  • การติดเชื้อในกระแสเลือด (Disseminated Gonococcal Infection – DGI) ทำให้เกิดไข้ ผื่นแดง ข้ออักเสบ และในบางกรณีอาจทำให้เกิดการติดเชื้อที่เยื่อหุ้มหัวใจหรือเยื่อหุ้มสมอง

วิธีการตรวจหนองใน

วิธีการตรวจหนองใน

การวินิจฉัยโรคหนองใน สามารถทำได้โดยการตรวจหาเชื้อ Neisseria gonorrhoeae จากตัวอย่างของเหลวในร่างกาย โดยแพทย์จะเลือกวิธีตรวจที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่อาจมีการติดเชื้อ วิธีตรวจที่ใช้กันทั่วไป ได้แก่

การตรวจปัสสาวะ (Urine Test) : การตรวจปัสสาวะเป็นวิธีที่สะดวกและใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยเป็นการตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดหนองในผ่านเทคนิค Nucleic Acid Amplification Test (NAATs) ซึ่งเป็นการตรวจที่แม่นยำและสามารถให้ผลลัพธ์ได้อย่างรวดเร็ว

  • ผู้ป่วยจะต้องเก็บตัวอย่างปัสสาวะในช่วงแรกของการปัสสาวะ (First-Catch Urine) โดยไม่ล้างหรือปัสสาวะทิ้งก่อน
  • ตัวอย่างปัสสาวะจะถูกส่งไปตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อโดยใช้เทคนิค NAATs

การตรวจสารคัดหลั่ง (Swab Test) : การตรวจด้วยวิธีนี้เป็นการเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งจากบริเวณที่สงสัยว่ามีการติดเชื้อ เช่น อวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือช่องปาก แล้วนำไปตรวจหาเชื้อแบคทีเรีย

  • ใช้ก้านสำลี (Swab) เก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งจากบริเวณที่สงสัย เช่น
    • ช่องคลอดหรือปากมดลูก (สำหรับผู้หญิง)
    • ท่อปัสสาวะ (สำหรับผู้ชาย)
    • ช่องปาก (หากสงสัยว่ามีการติดเชื้อจากเพศสัมพันธ์ทางปาก)
    • ทวารหนัก (หากสงสัยว่ามีการติดเชื้อจากเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก)
  • ตัวอย่างจะถูกส่งไปตรวจหาเชื้อโดยใช้เทคนิค NAATs หรือการเพาะเชื้อ

การเพาะเชื้อ (Culture Test) : การเพาะเชื้อเป็นวิธีที่ใช้สำหรับตรวจหาเชื้อหนองในโดยตรงและสามารถระบุได้ว่าเชื้อนั้นดื้อต่อยาปฏิชีวนะหรือไม่ วิธีนี้มักใช้ในกรณีที่พบว่าผู้ป่วยไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะเบื้องต้น หรือในพื้นที่ที่มีการระบาดของเชื้อดื้อยา

  • ใช้ก้านสำลีเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งจากอวัยวะที่สงสัยว่ามีการติดเชื้อ
  • นำตัวอย่างไปเพาะเชื้อในห้องปฏิบัติการ
  • ตรวจดูว่าเชื้อมีการเจริญเติบโตและทดสอบความไวต่อยาปฏิชีวนะ

เมื่อใดควรเข้ารับการตรวจหนองใน

ควรเข้ารับการตรวจหนองในหากมีอาการต่อไปนี้

  • มีหนองไหลออกจากอวัยวะเพศ
  • ปัสสาวะแสบขัด หรือมีอาการปัสสาวะผิดปกติ
  • ปวดท้องน้อย (ในผู้หญิง) หรือปวดอัณฑะ (ในผู้ชาย)
  • มีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด
  • มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัยกับผู้ที่อาจมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
  • คู่นอนมีผลตรวจหนองในเป็นบวก

หมายเหตุ: ผู้ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ผู้ที่มีคู่นอนหลายคน ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพทางเพศสัมพันธ์เป็นประจำ แม้ว่าจะไม่มีอาการก็ตาม

หนองใน ป้องกันได้อย่างไร ?

หนองใน ป้องกันได้อย่างไร ?

หนองใน เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่สามารถป้องกันได้ หากมีพฤติกรรมทางเพศที่ปลอดภัยและดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม การป้องกันหนองในสามารถทำได้ดังนี้

  1. ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์
  2. หลีกเลี่ยงการมีคู่นอนหลายคน
  3. ตรวจสุขภาพทางเพศเป็นประจำ
  4. หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่มีอาการผิดปกติ
  5. รับคำปรึกษาเรื่องสุขภาพทางเพศ จากแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ
  6. การรักษาทันทีเมื่อพบการติดเชื้อ

ป้องกันดีกว่ารักษา เพราะหนองในสามารถทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงได้ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการป้องกันและการดูแลสุขภาพทางเพศ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่ ฮักษาคลินิก เชียงใหม่ เพื่อรับคำแนะนำที่ถูกต้องและปลอดภัย

การรักษาโรคหนองใน

หนองใน เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่สามารถรักษาให้หายขาดได้หากได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง และทันท่วงที วิธีการรักษาหนองในขึ้นอยู่กับประเภทของการติดเชื้อ โดยหากเป็นหนองในแท้ ซึ่งเกิดจากเชื้อ Neisseria gonorrhoeae มักใช้ยาปฏิชีวนะชนิดฉีด เช่น Ceftriaxone 500 มก. ครั้งเดียว หรืออาจใช้ยาปฏิชีวนะแบบรับประทานตามดุลยพินิจของแพทย์ เนื่องจากปัจจุบันพบการดื้อยาของเชื้อหนองในในบางกรณี สำหรับหนองในเทียม ซึ่งเกิดจากเชื้อ Chlamydia trachomatis สามารถรักษาด้วยยาปฏิชีวนะแบบรับประทาน เช่น Azithromycin 1 กรัม รับประทานครั้งเดียว หรือ Doxycycline 100 มก. วันละ 2 ครั้ง ติดต่อกัน 7 วัน แพทย์อาจพิจารณาให้ยาทั้งสองชนิดนี้ควบคู่กันหากมีการติดเชื้อร่วมกันของทั้งสองโรค

ระหว่างการรักษา ควรงดมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 7 วัน หลังได้รับยาเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อและการติดเชื้อซ้ำ รวมถึงควรแจ้งให้คู่นอนเข้ารับการตรวจและรักษาพร้อมกัน เพราะหากคู่นอนไม่ได้รับการรักษา อาจเกิดการติดเชื้อซ้ำได้ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ไม่ควรหยุดยาเองหรือซื้อยามารับประทานเอง เนื่องจากอาจทำให้เชื้อดื้อยา หากยังคงมีอาการหลังรับยา ควรกลับไปพบแพทย์เพื่อติดตามผล และตรวจซ้ำ หากไม่ได้รับการรักษา หนองในสามารถลุกลาม และทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้

ตรวจและรักษา หนองใน เชียงใหม่ ได้ที่ ฮักษาคลินิก

ตรวจและรักษา หนองใน เชียงใหม่ ได้ที่ ฮักษาคลินิก

หากคุณกำลังมองหาสถานที่ ตรวจ และรักษา หนองใน ในเชียงใหม่ ที่มีมาตรฐาน ปลอดภัย และให้บริการโดยผู้เชี่ยวชาญ ฮักษาคลินิก เป็นทางเลือกที่เหมาะสม ด้วยกระบวนการตรวจที่สะดวก ไม่ยุ่งยาก และคำนึงถึงความเป็นส่วนตัวของผู้รับบริการ ฮักษาคลินิกให้บริการตรวจและรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ รวมถึงหนองในแท้ และหนองในเทียม ด้วยวิธีการที่แม่นยำ พร้อมให้คำปรึกษาและแนวทางการรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ คุณสามารถมั่นใจได้ว่าข้อมูลของคุณจะถูกเก็บเป็นความลับ และได้รับบริการที่ปลอดภัย รวดเร็ว และมีมาตรฐาน

ตรวจและรักษาหนองใน ที่ ฮักษาคลินิก ดีอย่างไร?

ฮักษาคลินิก เป็นสถานที่ ตรวจและรักษาหนองใน เชียงใหม่ ที่ให้บริการอย่างมืออาชีพ รวดเร็ว และแม่นยำ ใช้เทคนิคการตรวจที่ทันสมัย เช่น การตรวจปัสสาวะหรือสารคัดหลั่ง ทำให้ทราบผลไวและสามารถเริ่มการรักษาได้ทันท่วงที การรักษาใช้ยาปฏิชีวนะที่เหมาะสมกับเชื้อ ทั้งแบบฉีดและรับประทาน โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติตัวระหว่างการรักษา เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพและป้องกันการติดเชื้อซ้ำ คลินิกให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว ข้อมูลของผู้รับบริการจะถูกเก็บเป็นความลับ 100% อีกทั้งสถานที่สะอาด ปลอดภัย และให้บริการโดยบุคลากรที่เป็นมิตรและเข้าใจในความกังวลของผู้เข้ารับบริการ นอกจากนี้ยังมีการดูแลต่อเนื่อง รวมถึงให้คำแนะนำเกี่ยวกับการป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำและสุขภาพทางเพศ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้รับบริการจะได้รับการดูแลอย่างครบวงจร

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม

ช่องทางการติดต่อ

  • ฮักษาคลินิก กลางเวียง เชียงใหม่ ตั้งอยู่ที่ 77/7 ถนน คชสาร ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่
  • เปิดบริการทุกวัน
    • จันทร์ – ศุกร์ 10.00 – 20.00 น.
    • เสาร์ – อาทิตย์ 10.00 – 18.00 น.
  • สอบถามผ่าน Line id. @hugsaclinic (มี @ ด้วยนะครับ)
  • เบอร์โทรติดต่อ ☎ 093 309 9988
  • แผนที่คลินิก 🚗 https://g.page/hugsa-medical?share
  • จองคิวตรวจออนไลน์ https://hugsa.youcanbook.me

หากคุณสงสัยว่าติดหนองใน หรือมีอาการที่น่าสงสัย การตรวจและรักษา อย่างรวดเร็ว เป็นสิ่งสำคัญ หากคุณอยู่ในเชียงใหม่ ฮักษาคลินิก เป็นตัวเลือกที่ปลอดภัย และน่าเชื่อถือ ในการตรวจและรักษาหนองใน เชียงใหม่ พร้อมให้บริการโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ด้วยมาตรฐานความปลอดภัย และความเป็นส่วนตัวสูงสุด