สร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายโดยการ ฉีดวัคซีน (Vaccine)

วัคซีน (Vaccine) คือ สารชนิดหนึ่งที่ฉีดเข้าสู่ร่างกาย เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันโรค อาจเป็นเชื้อที่ตายแล้ว หรือเชื้อที่ยังไม่ตายแต่ถูกทำให้อ่อนแอลง หรือบางส่วนของเชื้อที่ไม่สามารถก่อให้เกิดการติดเชื้อได้แล้ว ฉีดเข้าไปกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้สร้างภูมิขึ้นมาต่อสู้กับเชื้อโรคนั้นๆได้

ประโยชน์ของการฉีดวัคซีน ?

การฉีดวัคซีนมีประโยชน์ คือ ช่วยป้องกันโรคในแต่ละช่วงวัย ตั้งแต่วัยเด็ก ผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ ฉีดเพื่อกระตุ้นร่างกายให้สร้างภูมิคุ้มกันในการป้องกันโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดภาวะแทรกซ้อนจากโรคภัยไข้เจ็บที่เกิดขึ้น ดังนั้นการฉีดวัคซีนจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันโรค

วัคซีนป้องกันได้มากแค่ไหน?

วัคซีนแต่ละชนิดมีประสิทธิภาพและระยะเวลาการป้องกันที่แตกต่างกันไป วัคซีนบางโรคสามารถป้องกันการติดเชื้อได้ตลอดชีวิต แต่วัคซีนบางโรคอาจมีประสิทธิภาพลดลงเมื่อเวลาผ่านไป จึงต้องฉีดกระตุ้นเป็นประจำตามกำหนด เช่น วัคซีนบาดทะยักที่ควรฉีดกระตุ้นทุก 10 ปี หรือโรคที่เชื้อไวรัสจะเปลี่ยนสายพันธ์ุที่รุนแรงไปในแต่ละปีอย่างไข้หวัดใหญ่ ที่ควรมีการฉีดวัคซีนป้องกันทุกปี

วัคซีนจำเป็นที่ควรได้รับ

วัคซีนจำเป็นที่ควรได้รับ

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ (Influenza vaccine)  

แนะนำให้ฉีดกระตุ้นเป็นประจำทุกปีเพราะภูมิคุ้มกันจะค่อย ๆ ลดลงภายใน ปีหลังได้รับวัคซีน การได้รับวัคซีนเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันซ้ำเป็นประจำจะช่วยให้ร่างกายสามารถป้องกันโรคได้ดีขึ้น และเนื่องจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ทั้งสายพันธุ์ และ มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาจึงทำให้มีการแพร่ระบาดเกิดขึ้นทุกปี

วัคซีนเอชพีวี (HPV vaccine)  

ฉีดเพื่อป้องกันมะเร็งปากมดลูกในผู้หญิงและหูดหงอนไก่ในผู้ชาย มีจำนวน 2 ชนิด ได้แก่ 4 สายพันธุ์ และ สายพันธุ์ สามารถฉีดในหญิงและชายได้ตั้งแต่อายุ 9 – 45 ปี จำนวน เข็ม เข็มที่สองห่างจากเข็มแรก 1 – 2 เดือน และเข็มสุดท้ายห่างจากเข็มแรก 6 เดือน ประสิทธิภาพของวัคซีนเอชพีวีจะสูงหากฉีดในผู้ที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์หรือไม่เคยติดเชื้อมาก่อน

วัคซีนคอตีบบาดทะยัก (diphtheria tetanus vaccine) 

แนะนำให้ฉีดกระตุ้นภูมิคุ้มกันจำนวน เข็ม ทุก 10 ปี เมื่ออายุลงท้ายด้วยเลขศูนย์ (0) ในหญิงที่มีแผนจะตั้งครรภ์รวมถึงผู้ใหญ่ที่มีโอกาสใกล้ชิดทารกอายุต่ำกว่า 12 เดือน ควรเข้ารับวัคซีน ครั้งเพื่อป้องกันโรคไอกรนจากทารก ส่วนหญิงตั้งครรภ์ที่ยังไม่เคยได้รับวัคซีนควรฉีดเมื่ออายุครรภ์ครบ 20 สัปดาห์แล้วเพื่อป้องกันทารกจากโรคคอตีบ ไอกรน รวมถึงผู้ใหญ่อายุต่ำกว่า 65 ปีที่ยังไม่เคยได้รับวัคซีนนี้ ควรฉีดวัคซีนรวมเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน

วัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า (Rabies vaccine) 

การรับวัคซีน สามารถช่วยให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันโรคในกรณีที่เกิดการสัมผัสโรคโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการสัมผัสเชื้อ เช่น สัตวแพทย์ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานกับโรคพิษสุนัขบ้า นักสัตววิทยา เจ้าหน้าที่ดูแลสัตว์ป่า ฯ ถึงแม้จะได้รับวัคซีนก่อนสัมผัสโรค หากถูกสัตว์กัดจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาภายหลังสัมผัสโรค โดยจะได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้นซึ่งจำนวนน้อยครั้งกว่าและไม่จำเป็นต้องรับเซรุ่ม การฉีดวัคซีนที่ได้รับการยอมรับในปัจจุบันคือการฉีดแบบเข้ากล้ามเนื้อจำนวน เข็มห่างกัน วัน หรือ ฉีดเข้าผิวหนังจำนวน เข็ม เข็มที่สองห่างจากเข็มแรก วัน และเข็มสุดท้ายในวันที่ 21   

วัคซีนปอดอักเสบ ชนิด 23 สายพันธุ์ (Pneumococcal vaccine) 

แนะนำให้ฉีดในผู้ใหญ่อายุ 65 ปีขึ้นไป จำนวน เข็ม เพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียสเตรปโตคอคคัสนิวโมเนียอี (Streptococcus pneumoniae) ซึ่งเป็นเชื้อที่ก่อให้เกิดโรคปอดอักเสบได้มากกว่า 90 สายพันธุ์ สามารถลุกลามไปยังอวันวะในระบบหายใจ และอวัยวะสำคัญอื่น ๆ เป็นอันตรายถึงขั้นภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบ และติดเชื้อในกระแสเลือดได้ ซึ่งปัจจุบันโรคปอดอักเสบสามารถป้องกันได้ด้วยการรับวัคซีน

วัคซีนไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A vaccine) 

แนะนำให้ฉีดทั้งหมด ครั้ง ห่างกัน เดือนในผู้ที่ไม่เคยติดเชื้อมาก่อน โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคตับเรื้อรัง มีอาชีพประกอบอาหาร หรือผู้ป่วยที่ต้องฟอกเลือด เนื่องจากโรคนี้ติดต่อได้จากการรับประทานอาหารและน้ำดื่มที่ปนเปื้อนเชื้อในผู้ที่ไม่เคยติดเชื้อ  

วัคซีนไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B vaccine) 

แนะนำให้ฉีดกระตุ้นภูมิคุ้มกันทั้งหมด เข็ม ครั้งที่ ห่างจากครั้งแรก เดือน และครั้งสุดท้ายห่างจากครั้งแรก เดือน โดยเฉพาะผู้ที่ไม่เคยได้รับวัคซีนนี้ รวมถึงผู้ที่เคยติดเชื้อและหายจากโรคตับอักเสบแล้วเพราะอาจเป็นพาหะของโรคและแพร่เชื้อสู่ผู้อื่นต่อไปได้ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น การมีเพศสัมพันธ์ จากแม่สู่ลูกขณะคลอด การให้เลือด

วัคซีนอีสุกอีใส (Varicella vaccine) 

แนะนำให้ฉีดในผู้ที่ไม่เคยเป็นโรคนี้มาก่อน ในวัยรุ่นและผู้ใหญ่ให้ฉีดทั้งหมด เข็ม ห่างกันอย่างน้อย เดือน ผู้มีแผนจะตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการตั้งครรภ์หลังฉีดวัคซีนเป็นเวลา เดือน ส่วนผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ติดเชื้อเอชไอวี (HIV) หรือเอดส์ (AIDS) รวมถึงโรคที่มีผลต่อระบบภูมิคุ้มกันอื่น ๆ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับการฉีดวัคซีน

ผลข้างเคียงของการฉีดวัคซีน

อาการข้างเคียงหลังจากได้รับการฉีดวัคซีนส่วนมาก ไม่รุนแรง และจะดีขึ้นเองเมื่อเวลาผ่านไป ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยในหลายวัคซีน คืออาการแดง บวม หรือปวดบริเวณที่ฉีดวัคซีน ส่วนในทารกหรือเด็กเล็กอาจรู้สึกไม่ค่อยสบาย หรือมีไข้ต่ำประมาณ 1-2 วัน หลังจากนั้นอาการจะค่อยๆหายไปเอง หากมีอาการมากกว่า 1 สัปดาห์ควรรีบพบแพทย์

เรื่องที่ควรรู้ก่อนฉีดวัคซีน

  1. หากมีโรคเรื้อรังที่ยังกำเริบ เช่น เจ็บหน้าอก ใจสั่น เหนื่อยหอบ ควรเลื่อนการฉีดวัคซีนออกไปก่อน
  2. หากมีไข้หรือเจ็บป่วยเฉียบพลัน ควรเลื่อนการฉีดวัคซีนออกไปก่อน (หากเป็นหวัด น้ำมูกไหล ไม่มีไข้ สามารถฉีดได้)
  3. หากมีประวัติแพ้ยา ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบ
  4. หลังฉีดวัคซีนควรพักสังเกตอาการ 15 นาที เพื่อดูปฏิกิริยาที่อาจเกิดขึ้น
  5. หลังได้รับวัคซีน อาจมีอาการปวดเฉพาะที่ บวม แดง จ้ำเลือด จะหายได้เองใน 1-3 วัน หากมีไข้ต่ำๆหรือปวดกล้ามเนื้อ สามารถทานยาแก้ปวดลดไข้

ฉีดวัคซีนป้องกันโรคต่างๆ ในเชียงใหม่ได้ที่ไหน

ฉีดวัคซีนป้องกันโรคต่างๆ ในเชียงใหม่ได้ที่ไหน ?

สำหรับท่านไหนที่ต้องการ ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่, เอชพีวี, คอตีบบาดทะยัก, พิษสุนัขบ้า, ปอดอักเสบ, ไวรัสตับอักเสบเอและบี ฯลฯ ในจังหวัดเชียงใหม่ ขอแนะนำที่ Hugsa Clinic กลางเวียง เดินทางสะดวกสบาย เข้าถึงง่าย ให้บริการโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ท่านได้เข้าถึงการรับวัคซีนป้องกันโรค อย่างมีประสิทธิภาพ คลินิกเปิดให้บริการทุกวัน เวลา 10.00 น. ถึง 18.00 น. สามารถจองคิวการตรวจล่วงหน้าได้ง่าย ๆ ผ่าน Line ID : @hugsaclinic หรือ โทร.093-309-9988

“การฉีดวัคซีน” เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย ฉีดเพื่อกระตุ้นร่างกายให้สร้างภูมิคุ้มกันในการป้องกันโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดภาวะแทรกซ้อนจากโรคภัยไข้เจ็บที่เกิดขึ้น ดังนั้นการฉีดวัคซีนจึงเป็นอีกหนึ่งในการป้องกันโรค

ขอบคุณข้อมูล : primocare, hitap

อ่านบทความอื่นๆ

ติดต่อเรา

  • สอบถามเพิ่มเติมกับเราที่นี่ Hugsa Clinic
  • Line id ✅ @hugsaclinic
  • โทร 📞 093 309 9988
  • เปิดทุกวัน 🕰 10:00-18:00 น.
  • แผนที่คลินิก 🚗https://g.page/hugsa-medical?share
  • จองคิวตรวจออนไลน์ https://hugsa.youcanbook.me