การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี อาจจะนำไปสู่การเป็นมะเร็งตับได้ เนื่องจากเชื้อไวรัสนี้ทำให้เกิดปฏิกิริยาต่อระบบภูมิต้านทานของร่างกาย ส่งผลให้ผู้ที่ได้รับเชื้อมีการอักเสบของเซลล์ตับและทำให้เซลล์ตับถูกทำลาย หากติดเชื้อเป็นเวลานานกว่า 6 เดือนก็จะเรียกว่าภาวะตับอักเสบเรื้อรัง และการอักเสบเรื้อรังดังกล่าวจะส่งผลให้เกิดพังผืดที่ตับ จากนั้นก็จะทำให้ตับแข็ง และกลายเป็นมะเร็งตับได้ในที่สุด

Table of Contents
ไวรัสตับอักเสบบี คืออะไร?
ไวรัสตับอักเสบบีคือโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสชนิดบี (Hepatitis B: HBV) สามารถติดต่อทางเลือด น้ำเชื้อ และน้ำหลั่งอย่างอื่น เช่น น้ำเหลือง ซึ่งส่วนใหญ่พบในตับ เชื้อไวรัสชนิดนี้ สามารถแพร่กระจายไปยังผู้อื่นได้ง่าย

อาการของโรคไวรัสตับอักเสบบี
หลักจากที่ผู้ป่วยได้รับเชื้อ ช่วง 1-3 เดือนแรก จะมีอาการคล้ายการเจ็บป่วยทั่วๆไป เช่น มีไข้ต่ำๆ มีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้อาเจียน แต่อาการที่เด่นชัดคือ มีอาการตาเหลือง ตัวเหลืองปัสสาวะเหลืองเข้ม ซึ่งหากไม่มีภาวะแทรกซ้อน อาการดังกล่าวมักหายได้เอง
หลังจากที่ผู้ป่วยติดเชื้อต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 6 เดือนแล้ว จะเข้าสู่ระยะเรื้อรัง ซึ่งอาจไม่มีอาการอะไร แต่ถ้ามีภาวะตับอักเสบเรื้อรังนานเกิน จะเกิดอาการตับแข็ง โดยอาจเริ่มจากอาการ ตาเหลือง ตัวเหลืองท้องโต เลือดออกในทางเดินอาหารเนื่องจากเส้นเลือดโป่งพอง มีอาการซึมและไม่รู้สึกตัว สามารถทำให้เกิดภาวะตับวายและเสียชีวิตในที่สุด
ทั้งระยะเฉียบพลันและระยะเรื้อรัง ผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบบีสามารถแพร่เชื้อผ่านทางเลือดและสารคัดหลั่งได้

ไวรัสตับอักเสบบีติดต่อกันได้อย่างไร
พฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ จะคล้ายๆกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ เพราะติดต่อทางเลือด น้ำเชื้อ และสารคัดหลั่งอื่นๆ เพราะฉะนั้นจะสามารถติดต่อได้ทาง
- ทางเพศสัมพันธ์ ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์กับคนที่เป็นโรคนี้ มีโอกาสจะติดโรคได้สูง หากไม่สวมถุงยางอนามัย
- ทางเลือด เช่น การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน การใช้เข็มเจาะหูร่วมกัน การใช้กรรไกรตัดเล็บร่วมกัน แม้กระทั่งการใช้แปรงสีฟันร่วมกัน เพราะเวลาแปรงฟันบางคนชอบมีเลือดออกในช่องปาก
- จากแม่สู่ลูก ในปัจจุบันจะมีการตรวจเลือดในขั้นตอนฝากครรภ์ หากแม่มีเชื้อ ควรให้วัคซีนและสารภูมิต้านทาน (อิมมูโนโกลบูลิน) ในทารกตั้งแต่แรกเกิดเพื่อป้องกันไม่ให้เป็นโรคนี้ เพราะสาเหตุนี้สามารถพบได้บ่อยมาก ในขั้นตอนการคลอดบุตร
แต่เชื้อนี้จะไม่ติดต่อกันทางลมหายใจ อาหารหรือน้ำดื่ม การให้นม และการจูบกัน (ถ้าปากไม่มีแผล) ครับ
การป้องกันไวรัสตับอักเสบบี
จากพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อต่างๆ วิธีการป้องกันการติดเชื้อก็จะเกี่ยวเนื่องกัน ได้แก่
- ใช้ถุงยางอนามัยขณะที่มีเพศสัมพันธ์
- ไม่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น รวมถึงของใช้ส่วนตัวต่างๆ เช่น กรรไกรตัดเล็บ แปรงสีฟัน เป็นต้น
- ตรวจเลือดก่อนวางแผนตั้งครรภ์
- ฉีดวัคซีนป้องกัน
การรักษาโรคไวรัสตับอักเสบบี
- ใช้ยาชนิดรับประทาน ไปยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัสตับอักเสบบี
- การใช้ยาฉีดเพื่อกระตุ้นภูมิต้านทานของผู้ป่วย ที่เรียกว่า ยาฉีดเพ็กไกเลดเตด อินเตอร์เฟียรอน (pegylated interferon)
อย่างไรก็ตาม เมื่อติดเชื้อแล้ว ผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรังจะได้รับการรักษา ควรได้รับการประเมินและแนะนำอย่างละเอียด ซึ่งรวมถึงภาวะของโรค โรคร่วม ข้อจำกัด หรือข้อห้ามในการใช้ยา การปฏิบัติตัว และการติดตามระยะยาว
สิ่งที่ดีที่สุดในการต่อสู้กับโรคทุกชนิดก็คือ การป้องกัน หากคุณต้องการหยุดการแพร่ของไวรัสตับอักเสบบี การฉีดวัคซีนเป็นคำตอบของเรื่องนี้ โดยสามารถสอบถามรายละเอียดจากแพทย์หรือ โรงพยาบาลที่ต้องการเข้ารับการฉีดวัคซีน เป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับครอบครัวของคุณและคนใกล้ชิดในการป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบบีครับ
อ่านบทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
ติดต่อเรา
Hugsa Clinic เชียงใหม่ Line id @hugsaclinic (มี @ ด้วยนะครับ) เบอร์โทรติดต่อ 093-309-9988 เปิดบริการทุกวัน 10:00-18:00 น. แผนที่คลินิก https://g.page/hugsa-medical?share ข้อมูลเพิ่มเติมเว็บไซต์ https://cmmedicalclinic.com จองคิวตรวจออนไลน์ https://hugsa.youcanbook.me
![ฮักษา คลินิก [Hugsa Clinic]](https://cmmedicalclinic.com/wp-content/uploads/2020/04/cropped-chiangmai-medical-hugsa-clinic.png)

