ทำความรู้จักกับ โรคอัลไซเมอร์

โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s disease) เป็นภาวะสมองเสื่อมที่พบได้บ่อยที่สุด เป็นโรคที่เกิดจากการเสื่อมสภาพของเซลล์ประสาทในสมอง ซึ่งส่งผลให้ความจำ ความคิด การคิด และทักษะทางภาษาเสื่อมลง โรคอัลไซเมอร์มักเริ่มต้นจากการสูญเสียความจำระยะสั้น และค่อย ๆ ลุกลามไปสู่การสูญเสียความจำระยะยาว การคิดคำนวณ การวางแผน การแก้ไขปัญหา การตัดสินใจ ความสามารถในการสื่อสาร และพฤติกรรมทางสังคม

โรคอัลไซเมอร์ สาเหตุเกิดจากอะไร ?

สาเหตุของโรคอัลไซเมอร์ ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่เชื่อว่าเกิดจากปัจจัยหลายประการร่วมกัน เช่น

  • ปัจจัยด้านพันธุกรรม มีส่วนทำให้เกิดโรคอัลไซเมอร์ประมาณ 50 – 70 %
  • ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม เช่น ภาวะอ้วน โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด ภาวะขาดวิตามินบี 12 อาจมีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคอัลไซเมอร์ได้
  • ปัจจัยด้านวิถีชีวิต เช่น การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์มาก ๆ และขาดการออกกำลังกาย อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอัลไซเมอร์ได้

โรคอัลไซเมอร์แบ่งออกได้เป็น 3 ระยะ

ระยะเริ่มต้น

ผู้ป่วยมักมีอาการความจำเสื่อมเล็กน้อย ลืมชื่อคนรู้จัก ลืมสิ่งที่เพิ่งทำไป หรือลืมสถานที่ที่คุ้นเคย อาจมีความคิดสับสนบ้าง แต่ยังสามารถใช้ชีวิตตามปกติได้

ระยะปานกลาง

ผู้ป่วยเริ่มมีอาการความจำเสื่อมมากขึ้น ลืมเหตุการณ์สำคัญๆ ในอดีต ไม่สามารถวางแผนหรือตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง มีปัญหาในการใช้ภาษา ไม่สามารถดูแลตัวเองได้ และอาจมีอาการทางอารมณ์และพฤติกรรมที่ผิดปกติ เช่น หงุดหงิด ก้าวร้าว ซึมเศร้า ประสาทหลอน เป็นต้น

ระยะรุนแรง

ผู้ป่วยสูญเสียความสามารถในการคิด ตัดสินใจ และสื่อสาร ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และอาจมีอาการทางร่างกาย เช่น กล้ามเนื้ออ่อนแรง เดินลำบาก กลืนลำบาก เป็นต้น

โรคอัลไซเมอร์ อาการเป็นอย่างไร ?

โรคอัลไซเมอร์ อาการเป็นอย่างไร

อาการของโรคอัลไซเมอร์ มักเริ่มขึ้นอย่างช้า ๆ และค่อย ๆ ลุกลามไปเรื่อย ๆ อาการที่พบบ่อย ได้แก่

  • การสูญเสียความจำระยะสั้น
  • การลืมสิ่งที่เพิ่งเรียนรู้ใหม่ ๆ
  • มีปัญหาในการจดจำชื่อ เหตุการณ์ หรือสถานที่
  • มีปัญหาในการคิดคำนวณ
  • มีปัญหาในการวางแผนและการแก้ไขปัญหา
  • มีปัญหาในการตัดสินใจ
  • มีปัญหาในการสื่อสาร
  • มีปัญหาในการใช้ภาษา
  • มีปัญหาในการรับรู้ตนเองและสิ่งแวดล้อม
  • พฤติกรรมทางสังคมเปลี่ยนไป เช่น ก้าวร้าว หงุดหงิดง่าย อารมณ์แปรปรวน
  • มีปัญหาในการช่วยเหลือตนเอง

ปัจจัยเสี่ยงต่อโรคอัลไซเมอร์

  • อายุ โรคอัลไซเมอร์มักพบในผู้สูงอายุอายุ 65 ปีขึ้นไป
  • พันธุกรรม ผู้ที่มีคนในครอบครัวเป็นโรคอัลไซเมอร์จะมีโอกาสเสี่ยงต่อโรคมากกว่าคนทั่วไป
  • ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคอัลไซเมอร์ ได้แก่ ภาวะความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคอ้วน การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ การขาดการออกกำลังกาย

การรักษาโรคอัลไซเมอร์

ในปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาโรคอัลไซเมอร์ให้หายขาด แต่มีการรักษาเพื่อบรรเทาอาการและชะลอการดำเนินของโรค การรักษาหลัก ได้แก่ ยารักษาโรคอัลไซเมอร์ ยารักษาอาการทางจิตเวช การปรับพฤติกรรม การดูแลแบบประคับประคอง และช่วยให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ การรักษาอาจรวมถึง

  • ยา
  • การทำกายภาพบำบัด
  • การทำกิจกรรมบำบัด
  • การให้คำปรึกษา และการสนับสนุน

การดูแลผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์

การดูแลผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์อย่างเหมาะสมก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน การดูแลผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ควรคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ เช่น

  • สุขภาพกาย
  • สุขภาพจิต
  • ความปลอดภัย
  • คุณภาพชีวิต

นอกจากนี้ การดูแลผู้ป่วยด้วยวิธีอื่นๆ เช่น การให้ความรู้ การสนับสนุนแก่ผู้ป่วยและครอบครัว การฝึกทักษะที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน และการปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับผู้ป่วย ก็มีส่วนช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วยได้

โรคอัลไซเมอร์ป้องกันได้อย่างไร ?

โรคอัลไซเมอร์ ป้องกันได้อย่างไร

การป้องกันโรคอัลไซเมอร์ สามารถทำได้โดยการดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจให้แข็งแรง หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดโรคอัลไซเมอร์ เช่น ภาวะอ้วน โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด และภาวะขาดวิตามินบี 12 รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และบริหารสมองเป็นประจำ

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติม

ช่องทางการติดต่อ

  • ฮักษาคลินิก กลางเวียง เชียงใหม่ ตั้งอยู่ที่ 77/7 ถนน คชสาร ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่
  • เปิดบริการทุกวัน
    • จันทร์ – ศุกร์ 10.00 – 20.00 น.
    • เสาร์ – อาทิตย์ 10.00 – 18.00 น.
  • สอบถามผ่าน Line id. @hugsaclinic (มี @ ด้วยนะครับ)
  • เบอร์โทรติดต่อ ☎ 093 309 9988
  • แผนที่คลินิก 🚗 https://g.page/hugsa-medical?share
  • จองคิวตรวจออนไลน์ https://hugsa.youcanbook.me

การดูแลผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ มีความสำคัญมาก เนื่องจากผู้ป่วยจะสูญเสียความสามารถในการดูแลตนเองไปทีละน้อย ผู้ดูแลจึงต้องเข้าใจอาการของโรคและวิธีการดูแลอย่างเหมาะสม เพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดี และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ต่อไป