โรคพิษสุนัขบ้า (Rabies)

โรคพิษสุนัขบ้า สามารถป้องกันได้ หากได้รับวัคซีนหลังจากถูกสุนัขหรือสัตว์กัด ข่วน หรือเลียแผล แต่มีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่ตระหนักถึงอันตราย ไม่มาพบแพทย์ ไม่รับการฉีดวัคซีน จึงทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้

โรคพิษสุนัขบ้า คืออะไร ?

โรคพิษสุนัขบ้า เกิดจากเชื้อไวรัสเรบีส์ (Rabies virus) พบในสัตว์เลือดอุ่นทุกชนิด แพร่เชื้อผ่านทางน้ำลายของสัตว์เลือดอุ่น หรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ติดเชื้อไวรัสนี้อยู่ จากการถูกกัด ข่วน หรือเลียบริเวณบาดแผล เนื้อเยื่อบุตา หรือปาก หลังจากที่ได้รับเชื้อไวรัสพิษสุนัขบ้าเข้าไปในร่างกายแล้ว หากไม่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และทำการรักษาอย่างทันท่วงที จะทำให้เกิดอาการสมองอักเสบ และไขสันหลังอักเสบ ซึ่งเมื่อเกิดอาการขึ้นแล้ว จะไม่สามารถรักษาให้ได้ และทำให้เสียชีวิตได้

อาการของโรคพิษสุนัขบ้า

อาการของโรคพิษสุนัขบ้า

ในระยะแรกอาจไม่มีอาการแสดงใดๆ ผู้ป่วยจะเริ่มแสดงอาการประมาณ 30-90 วัน หลังได้รับเชื้อ ในบางรายอาจใช้เวลาร่วมปีกว่าที่เชื้อโรคพิษสุนัขบ้าจะแสดงอาการ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาด จำนวน และตำแหน่งของบาดแผล โดยเฉพาะตำแหน่งที่มีเส้นประสาทมาเลี้ยงจำนวนมาก (Richly innervated  area) โดยเชื้อโรคจะแพร่กระจายจากบาดแผลเข้าสู่ระบบประสาทและสมอง อาการของโรคพิษสุนัขบ้าแบ่งเป็น 3 ระยะดังนี้

  1. ระยะแรกเริ่ม (Prodromal phase)
    ผู้ป่วยโรคพิษสุนัขบ้าในระยะแรกเริ่ม จะมีอาการไม่จำเพาะ ได้แก่ มีไข้ ปวดศีรษะ เจ็บคอ หนาวสั่น คลื่นไส้ อาเจียน ครั่นเนื้อครั่นตัว ปวดเมื่อยตามตัว กระสับกระส่าย นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร ระคายเคืองบริเวณที่ถูกสัตว์กัดเป็นอย่างมาก มีอาการเจ็บแปลบคล้ายหนามทิ่มตำ โดยระยะนี้ อาจกินระยะเวลาเฉลี่ย 2-10 วัน
  2. ระยะที่มีอาการทางระบบประสาท (Acute neurologic phase)
    ผู้ป่วยโรคพิษสุนัขบ้าในระยะนี้ จะมีอาการแบ่งได้ 2 ประเภท

    • ภาวะสมองอักเสบ (Encephalitis)ผู้ป่วยจะมีอาการไข้ กลัวลม กลัวน้ำ กล้ามเนื้อกระตุก กล้ามเนื้อหดเกร็ง เพ้อ เห็นภาพหลอน นอนไม่หลับ
    • ภาวะอัมพาตแบบกล้ามเนื้ออ่อนแรงปวกเปียก (Flaccid paralysis) ผู้ป่วยจะมีอาการกล้ามเนื้อหดตัว กล้ามเนื้ออ่อนแรง
  3. ระยะโคม่า (Coma)
    ผู้ป่วยโรคพิษสุนัขบ้าในระยะนี้ จะพบภาวะแทรกซ้อน ได้แก่ ระบบหายใจล้มเหลว หัวใจหยุดเต้น และมักเสียชีวิตภายใน 2 สัปดาห์

ระยะฟักตัวของโรคพิษสุนัขบ้า

โดยปกติแล้วอัตราเฉลี่ยในการได้รับเชื้อจนแสดงอาการของโรคพิษสุนัขบ้าคือประมาณ 30-90 วัน แต่บางรายอาจใช้เวลาสั้นกว่านั้น เพียงแค่ไม่ถึง 10 วัน หรือบางรายอาจใช้เวลานานเป็นปีก็มี เชื้อไวรัสเรบีส์ (Rabies virus) จะแพร่กระจายไปตามเซลล์ประสาทไปยังสมองและเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว อาการที่แสดงออกจะมีหลากหลาย ทั้งไข้สูง กระสับกระส่าย กลืนลำบาก หายใจลำบาก กลัวน้ำ กลัวลม ชัก เกร็ง และทำให้เสียชีวิตได้

วิธีสังเกตอาการของสัตว์ติดที่เป็นโรคพิษสุนัขบ้า

สัตว์ที่ติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า มักมีอาการหลัก 2 ประเภท คือ

  1. ประเภทดุร้าย : เป็นอาการที่พบบ่อยที่สุด จะดุร้าย พยายามไล่กัดคนหรือสัตว์อื่นๆที่อยู่ใกล้เคียง หากโดนกักขัง อาจกัดโซ่ กัดกรง อย่างเกรี้ยวกราดจนฟันหัก ลิ้นเป็นแผลและมีเลือดออก อาการดุร้ายจะเกิดขึ้นเพียง 2-3 วัน หลังจากนั้นจะค่อยๆอ่อนเพลีย ขาหลังไม่มีแรง เดินโซเซ และตายในที่สุด
  2. ประเภทเซื่องซึม : สังเกตอาการได้ยากมากเนื่องจาก มักไม่ไล่กัดผู้อื่นหากไม่ถูกรบกวน แต่จะเซื่องซึม ปากอ้าไม่ยอมหุบ ลิ้นมีสีแดงคล้ำห้อยออกมานอกปาก อาจลุกนั่ง ยืน และเดินไปมาบ่อย ๆ หรือกินของแปลก ๆ เช่น ใบไม้ ก้อนหิน หรือกินปัสสาวะของตัวเอง

เมื่อถูกสัตว์ที่ต้องสงสัยว่าเป็นโรคพิษสุนัขบ้ากัด ข่วน ควรทำอย่างไร ?

  • จับสัตว์ที่ต้องสงสัยว่าเป็นโรคพิษสุนัขบ้าขังไว้เพื่อสังเกตอาการ หากสัตว์เสียชีวิต ให้นำซากสัตว์แช่น้ำแข็ง แล้วรีบนำไปส่งตรวจภายใน 24 ชั่วโมง
  • หากอยู่ไกลจากสถานพยาบาล ให้ล้างแผลทุกแผลด้วยน้ำสะอาด และฟอกสบู่หลายๆ ครั้ง
  • เช็ดแผลด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ หรือแอลกอฮอล์ 70% และรีบไปพบแพทย์ทันที
  • เมื่อไปพบแพทย์แล้ว แพทย์จะให้ยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อ และให้วัคซีนป้องกันโรคบาดทะยัก
  • แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์ให้แพทย์ทราบ เช่น เป็นสัตว์เลี้ยง หรือสัตว์ป่า มีเจ้าของหรือไม่ ได้รับการฉีดวัคซีนหรือไม่
  • หลังจากนั้นแพทย์จะพิจารณาระดับสัมผัสโรคพิษสุนัขบ้าเพื่อวางแผนในการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า (Rabies vaccine)

วิธีป้องกันโรคพิษสุนัข

  • ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า
  • ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้แก่สัตว์เลี้ยง
  • สังเกตอาการสัตว์เลี้ยงและระวังไม่ให้สัมผัสกับสัตว์ป่า
  • อย่าเข้าหาหรือยั่วยุสัตว์จรจัด

วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า

วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า

วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในปัจจุบัน มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูง ผลข้างเคียงที่อาจพบได้จากการฉีดวัคซีน คือ ปวดบริเวณที่ฉีดยาหรือมีไข้ต่ำๆ ซึ่งควรจะหายไปได้เองใน 24-48 ชั่วโมงคล้ายกับวัคซีนอื่นๆ ซึ่งเป็นอาการปกติของการฉีดวัคซีนทั่วไป ส่วนใหญ่แล้วจะไม่พบอาการแพ้ตัวยารุนแรง วัคซีน 1 ชุด ประกอบด้วยวัคซีน 5 เข็ม ควรฉีดให้ครบตามที่แพทย์แนะนำ

ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า เชียงใหม่ ได้ที่ไหน ?

สำหรับท่านไหนที่ต้องการ ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ในจังหวัดเชียงใหม่ ขอแนะนำที่ Hugsa Clinic กลางเวียง เดินทางสะดวกสบาย เข้าถึงง่าย ให้บริการโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ที่ได้รับวุฒิบัตรรับรองจากสถาบันทางการแพทย์ในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้ท่านได้เข้าถึงการรับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 หากคุณถูกสัตว์กัด ข่วน หรือเลียแผล โดยเฉพาะสัตว์ที่ไม่มีเจ้าของ อย่านิ่งนอนใจ ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการรักษาและฉีดวัคซีน เพื่อให้ท่านห่างไกลจากโรคพิษสุนัขบ้า

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติม

ติดต่อเรา

  • สอบถามเพิ่มเติมกับเราที่นี่ Hugsa Clinic
  • Line id ✅ @hugsaclinic
  • โทร 📞 093 309 9988
  • เปิดทุกวัน 🕰 10:00-18:00 น.
  • แผนที่คลินิก 🚗https://g.page/hugsa-medical?share
  • จองคิวตรวจออนไลน์ https://hugsa.youcanbook.me

ขอบคุณข้อมูล : pidst, hdmall